[Race] ถ้วยใบแรกกับงานวิ่งเที่ยงคืน Amari Midnight Run 2013 ^ ^

เจิมเอนทรี่แรกของการวิ่งด้วยถ้วยรางวัลงานวิ่งครั้งแรกในชีวิต

พรีฟวิ่งได้ที่ 2 ค๊าบ //ปรบมือรัวๆ > <

[ต้นฉบับเรื่องราว ไปอ่านได้ที่ the-priefy.exteen.com นะคับ ^ ^]

Image

หลังจากที่จขบ.ได้ไปลงสมัครงาน Amari Midnight Run ตั้งแต่ 3 เดือนที่แล้ว

ในที่สุดก็ได้ฤกษ์(ไม่ค่อย)งามยามดี ได้วิ่งกับเค้าซักที

ที่เคยบอกว่างานนี้เป็นงานที่จขบ.ฝันเอาไว้มาก

อยากได้ถ้วยมาประดับ Timeline การวิ่งของตัวเองซักครั้ง

ด้วยการวางแผนอย่างดี ซ้อมสม่ำเสมอไม่ขาด

แต่ดันมาตกม้าตายตอน 2 อาทิตย์(พอดี)ก่อนวันวิ่ง

ด้วยการเข้าไปนอนรพ.มา 5 วัน อีก 4 คืน

และด้วยความที่นอนแอ้งแม้งอยู่บนเตียงเกือบตลอด

บวกกับหมอให้กินแค่อาหารอ่อน

ขาเลยรู้สึกเปลี้ยไปหมด

ทำให้อาทิตย์ถัดมาก็ไม่ได้วิ่งทั้งอาทิตย์อีก -*-

มาถึงวันเสาร์ เพื่อนสมัยมัธยมนัดกินข้าวเที่ยงกัน

ก็ไปตะลอนๆกันจนถึงตอนเย็น

ต่อด้วยไปซื้อของกับแม่ที่พันติ๊บ

แล้วก็ไปนั่งรอที่โรงแรมตั้งแต่ 3 ทุ่ม!

(เริ่มวิ่งเที่ยงคืนนะฮะ… )

ไปถึงก็ไปเอาเบอร์เสื้อ

ตอนก่อนจะไปเอา ก็มีสองจิตสองใจ

ถ้าลง 6 km… ได้เหรียญที่ระลึกชัวร์ๆ แต่ก็ไม่ได้ถ้วยแน่ๆ (มีแค่รุ่น Over All โหดๆทั้งนั้น)

ถ้าลง 12 km… แอบลุ้นถ้วย แต่เหรียญที่ระลึกอาจจะหมด (ปีที่แล้วก็หมด -*-)

แต่สุดท้ายก็คิดว่า ไหนๆเป็นงานที่เราหวังไว้ทั้งที ก็ลง 12 km. ไปเลยก็แล้วกัน!

(เหรียญที่ระลึกหมด อย่างน้อยซักวันเราก็ต้องได้มาแหละ)

ตอนแรกก็เลือกว่าจะเอาเบอร์ไหนดีน้าาา…

สุดท้ายแม่บอกว่า เอาเบอร์ ‘007’ จะได้เป็นเจมส์บอนด์ 😀

เลยได้เบอร์นี้มา ^ ^

DSC_5542

แล้วก็เดินตะลอนไปตามบู๊ทผู้สนับสนุน

แม่แนะให้ไปนวดน้ำมันมวย

ตอนแรกไม่กล้า ไม่เคยใช้

สุดท้ายก็สบาย เย็นขาไปอีก 3 ชม. 555+

เดินเล่น เข้าห้องน้ำ ถ่ายรูปนู่นนี่นั่น เจอคนนู้นคนนี้ จนห้าทุ่มก็ไปวิ่งวอร์มหน่อยๆ

พอซักห้าทุ่มครึ่งก็มีกายบริหาร

เต้นไปเต้นมาแอบมันส์ ได้เหงื่อมาเบาๆ 😀

ณ จุดปล่อยตัว

ด้วยความที่งาน TMB ได้ประสบการณ์มาแล้ว

ถึงแม้เราจะวิ่งช้า แต่เราจะไม่ยอมเป็นนักวิ่งแถวหลังๆเด็ดขาด

โดยเฉพาะครั้งนี้เราต้องการทำเวลา

แค่ 3 นาทีที่พลาดไปก็มีค่า

เลยตัดสินใจเลาะๆตัวขึ้นมาอยู่แถวหน้าๆหน่อย

ระหว่างยืนรอ ก็ลุ้น GPS ไปด้วยเพราะดันใช้ได้บ้าง ใช้ไม่ได้บ้าง (สัญญาณอ่อน)

ยืนรอไป ก็เห็นมีพี่ข้างๆบ่นเหมือนกันว่าหา GPS ไม่เจอ

…เหลืออีก 3 นาที กับสัญญาณ GPS ที่ยังอ่อนอยู่

เลยตัดสินใจว่าถ้า GPS ใช้ไม่ได้จริงๆก็วิ่งไปเรื่อยๆนั่นแหละ

เปิด GPS ไว้ เดี๋ยวมันก็ใช้ได้เอง

แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆซะด้วยสินะ -*-

พอเสียงแตรดังขึ้น คนก็ค่อยๆออกตัววิ่ง

ไม่สิ… เรียกว่าเดินเลยดีกว่า เพราะไม่ต่างอะไรจากการโดนเบียดและค่อยๆกระดึ๊บไปข้างหน้าเรื่อยๆ

กว่าจะได้ออกวิ่งจริงๆ ก็ผ่านไป 1 นาทีละ

แถมยังมีนักวิ่งที่ไปรอชั้นล็อบบี้มาสมทบโดยไม่ได้ตั้งใจอีก

(คือจุดปล่อยตัวนักวิ่งทุกคนเป็นทางลาดจากชั้นใต้ดิน)

กลายเป็นว่ายิ่งอืดเข้าไปใหญ่

ตอนแรกที่เริ่มออกวิ่งก็ชิวๆ ไปเรื่อยๆ

แต่พอประมาณแค่ 3 กิโลผ่านไป รู้สึกเหมือนหายใจไม่ทัน!

ตอนนั้นคือตกใจมาก ไม่เคยวิ่งช้าเท่านี้ แล้วหายใจไม่ทันมาก่อน

(ไม่ได้หายใจไม่ทันเพราะเหนื่อยนะ แต่ก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน)

เลยตัดสินใจเดินประมาณ 1 นาที แล้วค่อยวิ่งช้าๆเป็นแบบนี้ไปตลอด 12 km.

มีบางช่วงที่เห็นพี่ที่วิ่งเร็วพอๆกัน ก็อาศัยวิ่งตามหลังพี่เค้าตามเกาะไปเรื่อยๆ 😀

ครั้งนี้โชคดีมาก วิ่งทันพี่ไอ้มดแดง ช่วงที่พี่เค้าเปิดหน้ากาก ดื่มน้ำพอดี

เลยวิ่งผ่านพี่เค้าไป พร้อมยกนิ้วโป้งให้

พี่เค้าคงงงๆหน่อยๆมั้ง 555+

ระหว่างทางวิ่ง บางช่วงก็มีชาวต่างชาติแถวนั้นคอยปรบมือให้

มันทำให้นึกถึงพี่ๆหลายคนที่ไปวิ่งมาราธอนที่ต่างประเทศ

แล้วบอกว่ามีคนมาร่วมให้กำลังใจตลอดเส้นทาง

ถึงแม้ว่าครั้งนี้จะเป็นแค่การวิ่งมินิมาราธอน

และคนที่มายืนปรบมือให้มีเพียงน้อยนิด(บางจุดมีคนยืนอยู่แค่คนเดียว)

แต่มันก็เป็นกำลังใจอย่างดีเลยทีเดียว 😀

แล้วงานวิ่งงานนี้มันพิเศษตรงไหน?

นอกจากที่ได้วิ่งเที่ยงคืนไปตามถนนในกรุงเทพ

ที่มีบางช่วงที่มีรถจี้หลัง (จขบ.เจอแท๊กซี่มาจ่อก้นอยู่รอบนึง)

และการที่มีคนมาเชียร์เราวิ่งสำหรับจขบ.

มันก็คงจะเป็นการวิ่งระยะยาวที่สุด

ทั้งๆที่เพิ่งออกจากรพ.มา 1 อาทิตย์ และไม่ได้วิ่งติดต่อกัน 2 สัปดาห์

มันเป็นการท้าทายตัวเองระหว่างวิ่ง ว่าจะหยุดวิ่งเมื่อไหร่ และเริ่มวิ่งอีกเมื่อไหร่

หลายครั้งที่ต้องฟังร่างกายตัวเองเป็นแค่ความเมื่อย หรือความเหนื่อย

ถ้าเป็นความเมื่อย เรายังพอวิ่งต่อไปได้

แต่ถ้ามันเป็นเพราะความเหนื่อยหล่ะ

บางทีร่างกายเราก็อยากหยุดพักถึงแม้ว่าใจมันอยากจะวิ่งต่อก็ตาม

พอวิ่งไปจนใกล้จะถึงเส้นชัย เห็นโรงแรมลิบๆถ้าเป็นปกติก็จะวิ่งปรื๊ดดดดด

เข้าเส้นแต่รอบนี้วิ่งไม่ไหว เลยค่อยๆวิ่งเข้าโรงแรมแทน

พอวิ่งเข้าไปถึงพรมของนักวิ่ง 12 km.

ก็มีพี่ผู้ชายจับแขนแล้วก็บอกว่า

“น้องคนนี้ได้ป้าย!”

เราก็คิดในใจ ได้ด้วยเหรอ? เพราะมันประมาณชั่วโมงครึ่งละนะ

ถ้าได้ก็คงเป็นที่ 4 ไม่ก็ที่ 5 แล้วแหละ

ก็ค่อยๆเดินๆไปต่อ ก็มีพี่มาคล้องป้ายให้

“ที่ 2”

มองป้ายแล้วแบบว่า…ได้ที่ 2 เหรอเนี่ย! ดีใจสุดๆ > <

พี่เค้าก็บอกว่าให้รีบไปรายงานตัวที่โต๊ะรายงานตัว

ก็เลยเดินๆไปที่โต๊ะรายงานตัว

แม่ก็โทรมาหา ด้วยปกติที่ว่า

วิ่งเสร็จ > รับเหรียญ > กลับบ้าน – จบ!

แม่ก็งงๆว่าลูกหายไปไหนหว่าพยายามโทรหา แต่เสียงดังมาก

คำสุดท้ายที่ตะโกนบอกแม่ไปก็คือ

“รอหน้าเวที!”

ด้วยความที่หยุดวิ่งกระทันหันบวกกับความล้าด้วยแหละ

เท้าข้างขวาจู่ๆก็เป็นตะคริวซะงั้น

ไปถึงโต๊ะก็พยายามยืดๆนิ้วเท้าจนคลายไปได้หน่อย

แล้วพี่ที่โต๊ะเค้าก็ให้เขียนชื่อ นามสกุล ชมรม

เราก็บอกว่าเราไม่มีชมรม เลยเขียนแต่ชื่อกับนามสกุลอย่างเดียว

แต่พอลองจับปากกาเขียนเท่านั้นแหละ

เพิ่งรู้ว่าตัวเองมือสั่นมาก

ไม่ใช่สั่นเพราะตื่นเต้นหรอกนะ

แต่มันสั่นเพราะเหนื่อยสั่นจนเหมือนปากกากำลังเล่นตลกอยู่บนมืองั้นแหละ

มือจับปากกาไม่ได้!

เลยให้พี่ที่โต๊ะเขียนชื่อให้แทน 555+

แล้วพี่ก็พาไปนั่งรอ จนลำดับที่ 3 และ 4 เข้ามา

(ประมาณ 1.31 ชม. กับ 1.33 ชม.)

ตอนแรกเค้าก็คงจะรอลำดับที่ 5 แหละ

แต่รุ่นอื่นเค้าประกาศรางวัลกันหมดละ เหลือรุ่นเรารุ่นสุดท้าย

เลยตัดสินใจให้รางวัลแค่ 4 อันดับนั่นแหละ

(ในใบลำดับที่ 5 เขียนอะไรก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆไม่ใช่ชื่อคน)

ยืนคุยกับน้องที่ได้ที่ 1น้องอายุแค่ 16 ปี

วิ่งมาได้ปีกว่าๆแต่วิ่ง 12 km. ได้ภายใน 1 ชม.นี่น่านับถือจริงๆ 😀

ตอนแรกพอรับถ้วยเสร็จ ลงจากเวที เอาถ้วยใส่กล่อง

ยืนรออยู่พักนึงน้องที่ได้ที่ 3 ก็เดินมาบอก

“พี่เช็คถ้วยด้วยนะว่าถูกหรือเปล่า?”

เราก็เปิดถ้วยออกมา…

อ้าว! รุ่นอายุ 19 ปีและต่ำกว่าแต่ดันเป็นเพศชาย

สุดท้ายเลยเอาไปเปลี่ยน

นี่ถ้าน้องไม่มาบอก ก็คงได้ถ้วยเพศชายกลับบ้านละ 555+

(ขอบคุณน้องคนนั้นมา ณ ที่นี้ด้วยละกัน)

กว่าจะกลับบ้านก็ตีสองกว่า คนก็กลับกันหมดละ

ถึงบ้านปุ๊บ ก็แทบสลบเลยตื่นมาอีกที 10 โมงเลย 555+ 😀

แถมท้าย:

> ส่วนตัวก็ว่างานนี้โอเคนะ แต่อาจจะต้องคุมนักวิ่งให้ดีกว่านี้ ให้ปล่อยตัวออกจากจุดเดียว

> การกั้นรถยังมีพลาดบางช่วง ทำให้บางคนโดนรถจี้ (อย่างจขบ.เป็นต้น)

แต่ยังดีที่มีแตงโมงกับน้องๆมาเต้นเชียร์ลีดเดอร์ให้กำลังใจ เพลงก็มันส์สุดๆ > < (เพิ่งเคยเห็น 555+)

> รอบนี้ได้กินน้ำหวานด้วย 😀 (ปกติกินแต่น้ำเปล่า แต่กินแล้วแอบหิวน้ำหน่อยๆ – -)

> เสียดายที่งานนี้วิ่งช้าอีกแล้ว เหรียญหมด รับได้หลัง 15 พย.นู่นเลย แถมต้องไปรับเองอีกต่างหาก -*-

> ป้ายบอกระยะทาง 2 กม. กับ 1 กม.สุดท้ายบอกผิด ห่างจากระยะจริงสุดๆ

(อุตส่าห์ดีใจว่าเหลืออีกไม่เท่าไหร่ กลายเป็นว่าเมื่อไหร่จะถึงซะทีแว๊~)

แถมระหว่างทางก็ยังไม่เห็นป้ายบอกระยะด้วย (หรือมีแต่ไม่เห็นก็ขออภัย)

ถ้ากลับมาถามว่าดีใจมั๊ยที่ได้ ก็ดีใจนะ (สุดๆเลยหล่ะ)

แต่สถิติที่ได้…ไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่

ยิ่งวิ่งช้าๆแต่หายใจไม่ทัน เป็นอะไรที่แอบรู้สึกแย่

แต่ก็เข้าใจตัวเอง เพราะไม่ได้วิ่งมา 2 อาทิตย์เต็มๆ

ไปนอนรพ.มา 1 อาทิตย์ + งานเยอะจนไม่ได้วิ่งมา 1 อาทิตย์

แล้วคืนวันเสาร์ก็ไปวิ่งเลย -*-

ถ้าวิ่งได้เร็วเท่าปกติก็แปลกละ

แล้วยังกลายเป็นว่าผ่านมา 3 วันแล้ว น่องยังระบบอยู่

เดินลงบันไดที… ปวดร้าวววว T^T

ตอนนี้ได้แต่หวังว่าขอให้หายปวดน่องก่อนวันพฤ.นี้

เพราะเสาร์นี้มีวิ่งต่อ (ดันลงสองงานติดกัน :D)

ที่งาน “วิ่ง-ปั่นเพื่อโอกาสของเด็กๆ โดย รพ.สมิติเวช”

พรีฟไปวิ่ง 12 กิโลอีกครั้ง ท่าจะหนักเอาเรื่องเหมือนกันนะเนี่ย

(ก็ที่เจ็บมาเพราะไปวิ่ง 12 กิโลนี่หล่ะ)

ส่วนใครที่ไปแล้วเห็นนักวิ่งโพกผ้าสีเขียวสะท้อนแสง

หรือกำลังจะวิ่งผ่านไป ก็มาทักกันได้นะคับ ^ ^

Image

(เส้นทางวิ่งเสาร์นี้ by bibmaster.com)

ปล.ช่วงนี้งานแอบยุ่งๆ เลยไม่ได้มาอัพบล็อกนี้เลย (แถมยังก็อปเอนทรี่จากบล็อกอื่นมาแปะอีก)

ยังไงครั้งหน้าจะพยายามมาเขียนบล็อกนี้ให้ด้วยละกันนะ ^ ^

(มาอัพไว้ตรงนี้เผื่อตรงนู้นล่ม จะได้อ่านได้กัน)

Advertisements

Tags: , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: